บทความ 01
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในงานซ้ำ: ก่อนทำระบบใหม่ควรวัดอะไร
วิธีแปลงเวลาที่เสียไปกับการกรอกซ้ำ ตรวจซ้ำ ตามงาน และรวมรายงาน ให้เป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจว่าจะปรับ workflow หรือพัฒนาระบบตรงไหนก่อน
Hours / month
36.7
สถานการณ์ตัวอย่าง
ลองเริ่มจากเหตุการณ์ที่คนทำงานพบจริง
ทุกคนดูยุ่ง แต่ไม่มีใครตอบได้ว่างานซ้ำใช้เวลาไปเท่าไร
ทีมหนึ่งรับข้อมูลจากลูกค้าทางแชท คัดลอกลง Excel ส่งต่อให้หัวหน้าตรวจ แล้วนำไปกรอกอีกครั้งในระบบบัญชี งานแต่ละรอบดูเหมือนไม่กี่นาที แต่เมื่อเกิดทุกวันกับหลายคน ต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่เงินเดือน ยังรวมเวลารอ ความผิดพลาด และโอกาสที่ผู้บริหารเห็นข้อมูลช้าเกินไป
ถ้าคุณไม่ได้ทำงานสายเทคนิค ให้เริ่มจากส่วนนี้
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในงานซ้ำ: ก่อนทำระบบใหม่ควรวัดอะไร
เริ่มวัดจากหนึ่ง workflow ที่เกิดบ่อยและมีหลายคนเกี่ยวข้อง
แยกเวลาทำงานจริง เวลารอ การแก้ไขซ้ำ และความเสียหายจากข้อมูลผิด
ใช้ตัวเลขเพื่อเลือกจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เพื่อรับรอง ROI ล่วงหน้า
ภาพขยายความแบบเคลื่อนไหว
ดูความสัมพันธ์ของแต่ละขั้น ก่อนลงรายละเอียด
เลือกแต่ละขั้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องตรวจข้อมูลใด และผลจากขั้นหนึ่งส่งต่อไปยังขั้นถัดไปอย่างไร
ขั้น 01 / 03
01 / มองงานให้ครบ
ต้นทุนของงานซ้ำไม่ได้อยู่ที่เวลาพิมพ์ข้อมูลอย่างเดียว
ให้เดินตามงานหนึ่งรายการตั้งแต่เริ่มจนจบ แล้วบันทึกทุกครั้งที่ข้อมูลถูกคัดลอก มีคนรออนุมัติ ต้องถามสถานะ หรือย้อนกลับมาแก้ไข การนับเฉพาะเวลาที่มือแตะแป้นพิมพ์จะทำให้ประเมินต่ำกว่าความจริง เพราะคอขวดจำนวนมากอยู่ระหว่างการส่งต่องาน
ประเด็นที่ต้องตรวจให้เห็นหลักฐาน
- เวลาทำงานโดยตรง
- เวลารอและติดตาม
- เวลาตรวจและแก้ข้อมูล
- ผลกระทบเมื่องานหรือรายงานล่าช้า
รายละเอียดเชิงลึก
ค่อย ๆ ดูทีละส่วนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรเตรียมอย่างไร
เราเริ่มจากผลที่คนใช้งานหรือธุรกิจจะพบ แล้วจึงอธิบายว่าทีมเทคนิคต้องตรวจอะไร มีตัวอย่างแบบไหน และจุดใดไม่ควรปล่อยให้เดาเอง
01 / มองงานให้ครบ
01ต้นทุนของงานซ้ำไม่ได้อยู่ที่เวลาพิมพ์ข้อมูลอย่างเดียว
ให้เดินตามงานหนึ่งรายการตั้งแต่เริ่มจนจบ แล้วบันทึกทุกครั้งที่ข้อมูลถูกคัดลอก มีคนรออนุมัติ ต้องถามสถานะ หรือย้อนกลับมาแก้ไข การนับเฉพาะเวลาที่มือแตะแป้นพิมพ์จะทำให้ประเมินต่ำกว่าความจริง เพราะคอขวดจำนวนมากอยู่ระหว่างการส่งต่องาน
- เวลาทำงานโดยตรง
- เวลารอและติดตาม
- เวลาตรวจและแก้ข้อมูล
- ผลกระทบเมื่องานหรือรายงานล่าช้า
02 / เปลี่ยนเป็นตัวเลข
02ใช้สูตรง่าย แต่เขียนสมมติฐานไว้ให้เห็น
สูตรเบื้องต้นช่วยให้ทีมคุยกันด้วยฐานเดียวกัน แต่จำนวนครั้งต่อเดือนและเวลาต่อครั้งควรมาจากการสังเกตหรือข้อมูลจริงอย่างน้อยหนึ่งช่วง ไม่ควรเลือกตัวเลขที่ทำให้โครงการดูคุ้มเกินจริง
ตัวอย่างคำนวณ
รวมรายงานยอดขายประจำวัน
พนักงาน 4 คนใช้คนละ 25 นาทีต่อวัน ทำงาน 22 วันต่อเดือน ค่าแรงเฉลี่ย 220 บาทต่อชั่วโมง
4 × (25 ÷ 60) × 22 = 36.7 hours/monthต้นทุนเวลาประมาณ 8,067 บาทต่อเดือน ก่อนรวมเวลาตรวจซ้ำและความผิดพลาด
03 / ใช้ตัดสินใจ
03ไม่ใช่งานซ้ำทุกอย่างควรถูกทำเป็นระบบ
ถ้างานเกิดน้อย เปลี่ยนวิธีบ่อย หรือความผิดพลาดไม่มีผลมาก การปรับขั้นตอนหรือใช้เครื่องมือเดิมให้ดีขึ้นอาจคุ้มกว่า ระบบใหม่เหมาะเมื่อ workflow ค่อนข้างชัด เกิดซ้ำ มีหลายบทบาท และข้อมูลที่ได้มีผลต่อบริการ รายได้ หรือการตัดสินใจ
Tech Lead ควรตรวจว่าข้อมูลต้นทางมีโครงสร้างพอหรือไม่ มี integration ที่ลดการกรอกซ้ำได้หรือไม่ และ automation จะสร้าง exception flow ใหม่มากเพียงใด
ก่อนนำไปใช้ ลองตรวจทีละข้อนี้
เลือก workflow เดียว
เก็บข้อมูลอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
แยกเวลารอออกจากเวลาทำ
ระบุจำนวนคนและความถี่
ตรวจผลกระทบของความผิดพลาด
เปรียบเทียบกับทางเลือกที่ไม่ต้องพัฒนาระบบ
แหล่งอ้างอิง
SIS working method and calculation notes.
ตัวอย่างในบทความช่วยให้เริ่มคุยกันได้ แต่ระบบแต่ละแห่งมีจำนวนผู้ใช้ ข้อมูล และข้อจำกัดไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจจากระบบจริงอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
- ผู้ตรวจทาน
- SIS Product & Engineering
- ตรวจทานล่าสุด
- 2026-07-17
อ่านแล้วอยากรู้ว่าระบบของคุณควรเริ่มตรวจตรงไหน?
ลองใช้เครื่องมือประเมินเบื้องต้น หรือเล่าให้ทีม SIS ฟังว่าระบบทำอะไร ใครใช้งาน และตอนนี้กังวลเรื่องใด เราจะช่วยเรียงสิ่งที่ควรตรวจให้เป็นลำดับ