บทความ 01

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในงานซ้ำ: ก่อนทำระบบใหม่ควรวัดอะไร

วิธีแปลงเวลาที่เสียไปกับการกรอกซ้ำ ตรวจซ้ำ ตามงาน และรวมรายงาน ให้เป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจว่าจะปรับ workflow หรือพัฒนาระบบตรงไหนก่อน

9 นาที เจ้าของธุรกิจ, ผู้จัดการ และทีม Operation 2026-07-17
Infographic ภาพรวม
ข้อมูลเข้า
ทำซ้ำ
รายงาน

Hours / month

36.7

สถานการณ์ตัวอย่าง

ลองเริ่มจากเหตุการณ์ที่คนทำงานพบจริง

ทุกคนดูยุ่ง แต่ไม่มีใครตอบได้ว่างานซ้ำใช้เวลาไปเท่าไร

ทีมหนึ่งรับข้อมูลจากลูกค้าทางแชท คัดลอกลง Excel ส่งต่อให้หัวหน้าตรวจ แล้วนำไปกรอกอีกครั้งในระบบบัญชี งานแต่ละรอบดูเหมือนไม่กี่นาที แต่เมื่อเกิดทุกวันกับหลายคน ต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่เงินเดือน ยังรวมเวลารอ ความผิดพลาด และโอกาสที่ผู้บริหารเห็นข้อมูลช้าเกินไป

ถ้าคุณไม่ได้ทำงานสายเทคนิค ให้เริ่มจากส่วนนี้

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในงานซ้ำ: ก่อนทำระบบใหม่ควรวัดอะไร

01

เริ่มวัดจากหนึ่ง workflow ที่เกิดบ่อยและมีหลายคนเกี่ยวข้อง

02

แยกเวลาทำงานจริง เวลารอ การแก้ไขซ้ำ และความเสียหายจากข้อมูลผิด

03

ใช้ตัวเลขเพื่อเลือกจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เพื่อรับรอง ROI ล่วงหน้า

ภาพขยายความแบบเคลื่อนไหว

ดูความสัมพันธ์ของแต่ละขั้น ก่อนลงรายละเอียด

เลือกแต่ละขั้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องตรวจข้อมูลใด และผลจากขั้นหนึ่งส่งต่อไปยังขั้นถัดไปอย่างไร

ขั้น 01 / 03

01 / มองงานให้ครบ

ต้นทุนของงานซ้ำไม่ได้อยู่ที่เวลาพิมพ์ข้อมูลอย่างเดียว

ให้เดินตามงานหนึ่งรายการตั้งแต่เริ่มจนจบ แล้วบันทึกทุกครั้งที่ข้อมูลถูกคัดลอก มีคนรออนุมัติ ต้องถามสถานะ หรือย้อนกลับมาแก้ไข การนับเฉพาะเวลาที่มือแตะแป้นพิมพ์จะทำให้ประเมินต่ำกว่าความจริง เพราะคอขวดจำนวนมากอยู่ระหว่างการส่งต่องาน

ประเด็นที่ต้องตรวจให้เห็นหลักฐาน

  • เวลาทำงานโดยตรง
  • เวลารอและติดตาม
  • เวลาตรวจและแก้ข้อมูล
  • ผลกระทบเมื่องานหรือรายงานล่าช้า

รายละเอียดเชิงลึก

ค่อย ๆ ดูทีละส่วนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรเตรียมอย่างไร

เราเริ่มจากผลที่คนใช้งานหรือธุรกิจจะพบ แล้วจึงอธิบายว่าทีมเทคนิคต้องตรวจอะไร มีตัวอย่างแบบไหน และจุดใดไม่ควรปล่อยให้เดาเอง

01 / มองงานให้ครบ

01

ต้นทุนของงานซ้ำไม่ได้อยู่ที่เวลาพิมพ์ข้อมูลอย่างเดียว

ให้เดินตามงานหนึ่งรายการตั้งแต่เริ่มจนจบ แล้วบันทึกทุกครั้งที่ข้อมูลถูกคัดลอก มีคนรออนุมัติ ต้องถามสถานะ หรือย้อนกลับมาแก้ไข การนับเฉพาะเวลาที่มือแตะแป้นพิมพ์จะทำให้ประเมินต่ำกว่าความจริง เพราะคอขวดจำนวนมากอยู่ระหว่างการส่งต่องาน

  • เวลาทำงานโดยตรง
  • เวลารอและติดตาม
  • เวลาตรวจและแก้ข้อมูล
  • ผลกระทบเมื่องานหรือรายงานล่าช้า

02 / เปลี่ยนเป็นตัวเลข

02

ใช้สูตรง่าย แต่เขียนสมมติฐานไว้ให้เห็น

สูตรเบื้องต้นช่วยให้ทีมคุยกันด้วยฐานเดียวกัน แต่จำนวนครั้งต่อเดือนและเวลาต่อครั้งควรมาจากการสังเกตหรือข้อมูลจริงอย่างน้อยหนึ่งช่วง ไม่ควรเลือกตัวเลขที่ทำให้โครงการดูคุ้มเกินจริง

ตัวอย่างคำนวณ

รวมรายงานยอดขายประจำวัน

พนักงาน 4 คนใช้คนละ 25 นาทีต่อวัน ทำงาน 22 วันต่อเดือน ค่าแรงเฉลี่ย 220 บาทต่อชั่วโมง

4 × (25 ÷ 60) × 22 = 36.7 hours/month

ต้นทุนเวลาประมาณ 8,067 บาทต่อเดือน ก่อนรวมเวลาตรวจซ้ำและความผิดพลาด

03 / ใช้ตัดสินใจ

03

ไม่ใช่งานซ้ำทุกอย่างควรถูกทำเป็นระบบ

ถ้างานเกิดน้อย เปลี่ยนวิธีบ่อย หรือความผิดพลาดไม่มีผลมาก การปรับขั้นตอนหรือใช้เครื่องมือเดิมให้ดีขึ้นอาจคุ้มกว่า ระบบใหม่เหมาะเมื่อ workflow ค่อนข้างชัด เกิดซ้ำ มีหลายบทบาท และข้อมูลที่ได้มีผลต่อบริการ รายได้ หรือการตัดสินใจ

ถ้าคุณเป็นคนออกแบบหรือดูแลระบบ

Tech Lead ควรตรวจว่าข้อมูลต้นทางมีโครงสร้างพอหรือไม่ มี integration ที่ลดการกรอกซ้ำได้หรือไม่ และ automation จะสร้าง exception flow ใหม่มากเพียงใด

ก่อนนำไปใช้ ลองตรวจทีละข้อนี้

01

เลือก workflow เดียว

02

เก็บข้อมูลอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

03

แยกเวลารอออกจากเวลาทำ

04

ระบุจำนวนคนและความถี่

05

ตรวจผลกระทบของความผิดพลาด

06

เปรียบเทียบกับทางเลือกที่ไม่ต้องพัฒนาระบบ

แหล่งอ้างอิง

SIS working method and calculation notes.

ตัวอย่างในบทความช่วยให้เริ่มคุยกันได้ แต่ระบบแต่ละแห่งมีจำนวนผู้ใช้ ข้อมูล และข้อจำกัดไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจจากระบบจริงอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

ผู้ตรวจทาน
SIS Product & Engineering
ตรวจทานล่าสุด
2026-07-17

อ่านแล้วอยากรู้ว่าระบบของคุณควรเริ่มตรวจตรงไหน?

ลองใช้เครื่องมือประเมินเบื้องต้น หรือเล่าให้ทีม SIS ฟังว่าระบบทำอะไร ใครใช้งาน และตอนนี้กังวลเรื่องใด เราจะช่วยเรียงสิ่งที่ควรตรวจให้เป็นลำดับ

กลับไป Knowledge Base